By - - ปิดความเห็น บน ความรู้ทั่วไปสุขภาพผู้หญิงตั้งครรภ์ น้ำคร่ำหรือน้ำทูนหัวคืออะไร

ความรู้ทั่วไปสุขภาพผู้หญิงตั้งครรภ์ น้ำคร่ำหรือน้ำทูนหัวคืออะไร

น้ำคร่ำหรือน้ำทูนหัว (Amniotic fluid) น้ำคร่ำหรือน้ำทูนหัว (Amniotic fluid) เป็นของเหลวที่พบในถุงซึ่งหุ้มรอบทารกในครรภ์ ถุงน้ำคร่ำเกิดขึ้นตั้งแต่สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์  มีลักษณะเป็นเยื่อบางใส 2 ชั้น ชั้นนอกเป็นมีโซเดิร์ม ส่วนชั้นในเป็นเอ็คโทเดิร์ม ระหว่างการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ถุงน้ำคร่ำจะขยายใหญ่ขึ้นและมีสารน้ำอยู่ภายใน แหล่งกำเนิดของน้ำคร่ำในระยะแรกๆ ของการตั้งครรภ์ น้ำคร่ำส่วนใหญ่จะได้มาจากเยื่อบุซึ่งคลุมอยู่บนรกและสายสะดือ  นอกจากนี้ยังได้จากน้ำที่ผ่านออกมาจากผิวหนังของทารกในครรภ์ด้วย  เมื่ออายุครรภ์มากขึ้น พื้นผิวของเยื่อขยายใหญ่ขึ้น ปริมาณของเหลวจึงเพิ่มมากขึ้น หลัง 16 สัปดาห์เป็นต้นไป ทารกในครรภ์สามารถจะทำให้ปริมาณและส่วนประกอบของน้ำคร่ำเปลี่ยนแปลงไปได้มาก โดยการถ่ายปัสสาวะและสามารถกลืนน้ำคร่ำได้มากถึงวันละ 400 มล.  เมื่ออายุครรภ์มากขึ้น  ต้นตอของน้ำคร่ำที่สำคัญก็คือปัสสาวะ ซึ่งมีประมาณวันละ 500 มล. นอกจากนี้บางส่วนของน้ำคร่ำยังได้มาจากน้ำจากทางเดินอาหาร และทางเดินหายใจของทารกด้วย

 

ปริมาณและส่วนประกอบของน้ำคร่ำ เมื่อตั้งครรภ์ได้ 12 สัปดาห์จะมีน้ำคร่ำประมาณ 50 มล. เมื่อ 20 สัปดาห์มีราว 400 มล. และมีปริมาตรสูงสุดประมาณ 1000 มล. เมื่อครรภ์อายุได้ 36-38 สัปดาห์ หลังจากนี้ปริมาตรจะค่อยๆ ลดลงจนถึงกำหนดคลอด (40 สัปดาห์) ถ้ายังไม่คลอดปริมาตรจะลดลงไปอีก จนเหลือน้อยมากในระยะที่เกินกำหนดคลอด ส่วนประกอบและปริมาตรน้ำคร่ำจะเปลี่ยนแปลงตามอายุครรภ์ โดยในครึ่งแรกของการตั้งครรภ์ น้ำคร่ำจะมีส่วนประกอบเหมือนน้ำนอกเซลล์ของทารกในครรภ์ ลักษณะเป็นน้ำใส ไม่มีสี ไม่มีอนุภาคแปลกปลอมใดๆ ทั้งสิ้น ในครึ่งหลังของอายุครรภ์ ส่วนใหญ่ของน้ำคร่ำมาจากปัสสาวะของทารก ซึ่งปัสสาวะดังกล่าวเป็นฮัยโปโทนิกค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับเลือดของมารดาหรือของทารกเอง เพราะมีสารอิเลคโตรลัยท์น้อยกว่า แต่มียูเรีย ครีอะตินีน และกรดยูริคมากกว่า ดังนั้นน้ำคร่ำจึงมีออสโมแลลิตีลดลงเรื่อยๆ ตามอายุครรภ์ น้ำคร่ำในระยะหลังนี้นอกจากจะมีส่วนประกอบของปัสสาวะแล้ว  ยังมีสารอื่นๆอีก เช่น กลีเซอโรฟอสโฟไลปิดจากปอด เซลล์ทารกที่หลุดลอกออกมา ขนและเส้นผมของทารกปนออกมาด้วย จึงทำให้ไม่ใสเหมือนระยะแรกๆ มีความถ่วงจำเพาะประมาณ 1.008 และมีส่วนประกอบบางอย่างที่ไม่ใช่โปรตีนในปริมาณใกล้เคียงกับปริมาณในพลาสม่าของมารดา  ยกเว้น แคลเซียมและน้ำตาล ซึ่งต่ำกว่ามาก (แคลเซียม 5.5 มก./ดล., น้ำตาล 19 มก./ดล.)

Related Post

รีวิวบทความนี้
    คะแนนรวม

    บทความนี้มีประโยชน์หรือไม่ โปรดให้คะแนน (ที่รูปดาวข้างล่างนี้)

    User Rating: 0 (0 Votes)