By - - ปิดความเห็น บน สูตรวิธีลดความอ้วน ลดพุง 75 เคล็ดลับเพื่อความเพรียว

สูตรวิธีลดความอ้วน ลดพุง 75 เคล็ดลับเพื่อความเพรียว

สูตรวิธีลดความอ้วน ลดพุง 75 เคล็ดลับเพื่อความเพรียว

 

เกิดเป็นลูกผู้หญิงมีแต่เรื่องให้ใส่ใจทั้งต้องคอยดูแลตัวเองให้สวยงามอยู่เสมอ จะเหนื่อยจะยากแค่ไหนก็ต้องทน นี่คือ 75เคล็ดลับจากนานาทัศนะผู้หญิงอยากผอมซึ่งได้มาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับการลดน้ำหนักได้มากถึง 15 กิโลกรัม เริ่มกันด้วย

 

1. เปลี่ยนกิจกรรมที่ต้องทำทุกวันให้เป็นการออกกำลังกาย เช่น การเก็บที่นอนด้วยความคล่องแคล่วว่องไว

2. ทำในสิ่งที่คุณสนใจเป็นพิเศษ เอามาเป็นแรงจูงใจ เป็นต้นว่า หากคุณมีพื้นฐานการเต้นรำอยู่แล้ว คุณอาจลองออกกำลังกายด้วยการแดนซ์ อย่างน้อยคุณก็สนุกได้กับมันแถมยังผอมอีกด้วย

3. ทำตารางออกกำลังกายประจำวัน ให้เป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ โดยในช่วงแรกๆ คุณอาจต้องอาศัยความอดทนอย่างมาก แต่หลังจากนั้นสัก 1 สัปดาห์ คุณจะรู้สึกว่า “ขาดไม่ได้”

4. ตั้งเป้าเอาไว้ โดยอย่าตั้งแบบสูงชนิดเอื้อมไม่ถึง อาจเริ่มจากการวิ่ง 2 กม. ในสัปดาห์แรก ต่อมาค่อยมาเป็น3 กม. และ 4 กม. ไม่แน่นะในสองเดือนถัดมาคุณอาจได้ลงแข่งมาราธอนก็ได้

5. อย่าอยู่นิ่ง ลองขยับแข้งขยับขา หรือสลัดแขนขาไปมาในเวลาที่คุณอยุ่ว่างๆ โดยทำให้เป็นนิสัย เพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรง และเป็นการเผาผลาญแคลอรี่อีกด้วย

6.เปลี่ยนนิสัยการกินแล้ว “อืด” มานั่งคิดถึงช่วงเวลาที่เหลือในชีวิตของคุณว่าจะกินยังไงไม่ให้อืดอีกต่อไป ดิฉันทราบว่าคุณรู้ดี

7. คาดคะเนพลังงานจริงที่ใข้ในแต่ละวัน แล้วกินให้น้อยกว่าตัวเลขนั้นประมาณ 400-500 แคลอรี่ต่อวัน

8.จงกิน…อย่าอด ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุด คืออย่าห้ามตัวเองกิน แต่ควรกินในปริมาณที่น้อย

9. กินน้อยๆ แต่บ่อยๆ อาจจะเป้น 5มื้อต่อวันก็ไม่เป็นไร ดีกว่ากินมหาโหดต่อมื้อ

10.ทำตามกฎ 9:1 = มอง: กิน ถ้าคุณอยากกินมันมากวะจนอดไม่ไหว ก็ลองใช้วิธีนี้

11. จำไว้ว่า กินเฉพาะที่โต็ะกินข้าวเท่านั้น อย่าเผลอใจกินไม่เลือกโดยเฉพาะหน้าทีวี เพราะมันจะทำให้คุณเพลิดเพลินจนลืมอ้วน

12.สร้างมโนภาพก่อนที่จะเคี้ยว โดยอาจนึกถึงภาพงานแต่งงาน, งานรับปริญญา แบบอ้วนๆ ซึ่ง 9 ใน 10คนจะหยุดกินทันทีหากคุณไม่หิวจริงๆ

13. ดื่มน้ำมากๆ โดยเฉพาะเวลาที่คุณเกิดอาการอยากกิน ขอย้ำ! อยากไม่ใช่หิว

14. คิดซะว่าทั้งหมดที่ทำเพื่อคุณไม่ใช่เพื่อใคร เพราะถึงแม้ว่ามีใครมาบอกคุณ แต่คุณไม่อยากบอกตัวคุณเอง ก็คงไม่เกิดผลอันใดขึ้นมากเท่ากับคนอื่น ถ้าคิดแบบนี้ได้คุณจะรู้สึกดีเอง

15.พึงระลึกไว้เสมอว่า “สิ่งที่เหมาะกับเพื่อนคุณ อาจจะไม่เหมาะกับคุณก็ได้” คุณต้องเลือกในสิ่งที่เหมาะกับตัวคุณเองที่สุด

16.ใจเย็นๆ ค่อยๆ ลดลงอย่างช้าๆ

17. ผู้ที่สามารถลดน้ำหนักได้มักจะจดจำบทเรียนในอดีต โดยนำเรื่องการกินในอดีตมาเป็นตัววางแผนรายการอาหารในครั้งต่อไป

18. ควรตั้งเป้าหมายทีละน้อยๆ เช่น สัปดาห์แรกลดได้สัก 1 กิโลกรัม สัปดาห์ต่อมาค่อยมีการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

19. เปลี่ยนแปลงวันนี้เพื่อวันข้างหน้า โดยคิดว่าเราจะทำช่วงเวลาที่เหลือของชีวิตให้ดีขึ้นได้อย่างไรท่องเอาไว้ “เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น”

20.รวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ก่อตั้งสมาคมคนอยากเพรียว และควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่คอยให้คำปรึกษาเราในเรื่องสัดส่วนที่พอเหมาะแก่เราจริงๆ

21. อย่าละเลยที่จะไม่สนใจในการคำนวณ ปริมาณแคลอรี่ของอาหารที่จะกิน เพราะสิ่งที่คุณกินโดยไม่คิดมันอาจทำให้คุณอ้วนขึ้นอย่างทันตาเห็นได้

22. หันมาทำอาหารให้กับคนในครอบครัวหรือคนที่คุณรัก โดยเลิกทำอาหารในปริมาณมากเกินไปเพราะว่าถ้ามันเหลือคุณอาจจะเกิดความเสียดายและกินมันหมดเอง

23. ไม่จำเป็นที่จะต้องขนอาหารในตู้เย็นทิ้งเพื่อหลีกเลี่ยงการกิน วิธีแก้ง่ายๆ คือ คุณก็ทำอาหารทั้งสัปดาห์ไว้สิคะ

24. กินอาหารที่คุณชอบได้ไม่ว่าจะเป็นไอศครีม เค้ก ช็อโกแลต แต่ควรจะกินในปริมาณที่น้อยๆ ให้แค่สมองรู้รสชาติว่าได้กินแล้วก็พอ

25.เปลี่ยนวิธีการปรุงอาหารที่ต้องใช้น้ำมัน แล้วหันมาใช้การนึ่ง ต้ม แทน โดยการดัดแปลงให้มีรสชาดคล้ายกับการปรุงโดยการใช้น้ำมันมากที่สุด หากว่าคุณเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ทาน้ำมันบางๆ ที่กระทะก็ได้

26.รู้จักดัดแปลงอาหาร เช่น อาหารที่เป็นเส้น ทำมาจากแป้ง จำพวกพาสต้า เราก็ควรลดปริมาณแป้งลง แล้วแทนที่ด้วยผัก ผลไม้แทน

27. ควรหันมากินอาหารประเภทธัญพืช ได้แก่  ถั่วต่างๆ ข้าวซ้อมมือจะดีมาก หากกลัวเบื่ออาจจะเปลี่ยนรสชาติด้วยการปรุงหลายๆ แบบ เช่น ในน้ำมะเขือเทศ น้ำสต็อกไก่หรือสต็อกหมู

28.หาคนรู้ใจ อันนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นหวานใจของคุณก็ได้ โดยให้เค้าคอยช่วยเหลือหรือกระตุ้นคุณในการลดความอ้วน

29.หาคนที่เหมือนคุณเพื่อเป็นแรงจูงใจในการลดน้ำหนัก ถ้าคุณเคยได้ยินว่าเค้าคนนั้นเคยลดน้ำหนักได้มากถึง 10 กิโลกรัม คุณก็คิดว่าเค้าก็เหมือนคุณ แล้วทำไมคุณจะทำบ้างไม่ได้ล่ะ

30.ก่อตั้งสมาคมคนอยากผอมขึ้น แล้วก็มาพบกันทุกๆ สัปดาห์ อาจจะไปออกกำลังกายด้วยกันและควรจะบันทึกความก้าวหน้าของแต่ละคนด้วยว่ามีความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือไม่

31.ไม่ควรปิดกั้นตัวเองขนาดที่ว่า ไม่ไปกินอาหารนอกบ้าน ก็คิดซะว่าที่ร้านอาหารก็มีเตาย่าง เตาอบ ไม่ใช่มีแต่อาหารที่ปรุงด้วยการทอดอย่างเดียว

32.ไม่ควรกินอาหารที่คุณชอบประมาณว่า มื้อนี้เป็นอาหารมื้อสุดท้ายของคุณ เช่น กินเฟรนด์ฟรายวันนี้สักครึ่งห่อเล็ก และคิดว่าในสัปดาห์หน้าคุณก็สามารถกินได้อีก

33.เลิกทำตัวเป็นนักเก็บตัวยง เมื่อคุณไปกินข้าวในร้านอาหาร คุณมักจะแบ่งอาหารออกเป็นสองส่วนทันที ส่วนหนึ่งคุณสั่งให้พนักงานนำไปห่อให้ ดิฉันรับรองได้ว่าคุณต้องแกะอาหารส่วนนี้ออกกินทันทีที่กินส่วนแรกหมด ขอแนะนำว่าคุณควรกินแค่อิ่มก็พอ ไม่ควรห่อกลับไปกินที่บ้าน

34. ทำอาหารมื้อปกติให้เหมือนการกินแบบบุฟเฟ่ต์ คือ การตักอาหารอย่างละช้อน อ้อ! แต่คุณต้องไม่ตักมันเป็นรอบที่ 2 ที่ 3 นะคะ

35. พยายามทำตัวให้ดูยุ่งๆ อยู่เสมอ ให้ดูเหมือนไม่ค่อยมีเวลาว่างที่จะกิน โดยคุณอาจจะดูยุ่งๆ กับการทำงาน เรื่องเรียน หรือไปตีเทนนิส

36. เอาของอ้วนๆ ออกห่างรัศมีได้ก็ดี ซึ่งมันจะเป็นตัวช่วยทำให้น้ำหนักคุณลดลงไปได้มาก

37. ยึดทางสายกลาง หากคุณอยากกินเค้ก คุณก็ควรกินประมาณอาทิตย์ละครั้งก็พอ

38.เลือกกินสิ่งที่ดีที่สุด เช่น ไอศกรีมที่มีรสชาติดีที่สุด เมื่อคุณกินแลัวคุณจะได้อรรถรสที่ยากจะลืม และในครั้งต่อไปคุณอยากกินมันขึ้นมาอีก หากว่ารสชาติไม่ดีเท่าที่คุณเคยกิน ก็คิดซะว่าอย่ากินมันเลยดีกว่า

39. กำหนดปริมาณการกินในแต่ละครั้ง เมื่อคุณอยากจะกินขนม คุณก็ควรหยิบใส่มือให้มากที่สุดครั้งเดียว

40. ซื้อของกินแบบเดี่ยวๆ ไม่ใช่เหมามาทีละเป็นโหลๆ และควรเลือกซื้อขนาดที่เล็กที่สุด

41.เขียนโน้ตเตือนความจำไว้ในที่ต่างๆ รอบๆ ตัวคุณ เช่น ติดไว้ที่ตู้เย็น โดยอาจจะเขียนว่า “หยุด” , ” ดื่มน้ำเปล่า”  หรือ  ” นี่ฉันหิวจริงรึเปล่า”

42.หาทางเลือกใหม่สำหรับอาหารอ้วนๆ หากคุณชอบกินช็อกโกแลต คุณก็อาจทำพุดดิ้งช็อกโกแลตชนิดที่ไม่มีไขมันกับนมชนิดพร่องมันเนยก็ได้

43. อย่านำแรงกดดันของคนอื่นมาทำให้คุณยกเลิกง่ายๆ หากคนในครอบครัวของคุณชอบกินของอ้วนๆ คุณก็ซื้อแยกของคุณของคุณชนิดที่แคลอรี่ต่ำๆ เก็บไว้กินคนเดียว จำไว้ว่าคุณไม่ต้องไปสนใจคนที่คอยเอาของอ้วนๆ มายั่วน้ำลาย ไม่นานคนเหล่านั้นก็จะชินกับเรื่องของคุณเอง

44. พยายามมีสติอยู่เสมอ ไม่ว่าเวลานั้นคุณจะท้อแท้ เหนื่อยล้าสักเพียงใด เมื่อคุณเจอคุกกี้ของโปรด “ฉันไม่แคร์มันแล้ว” อย่าให้คำเหล่านี้มาอยู่ในหัวของคุณคุณควรออกไปเดินเล่นหรืออ่านหนังสือจะดีกว่า

45.ตอบคำถามตนเองอยู่เสมอ ว่าคุณหิวจริงๆ หรือกินเพื่อเหตุผลอื่น

46. โทรหาเพื่อนคนที่เป็นกำลังใจให้คุณ  เกี่ยวกับสิ่งที่คุณอยากจะกินในเวลาที่ไม่ควรจะกิน แต่วิธีนี้ต้องระวังดีๆ ว่าจะไม่ถูกเพื่อนคุณตอกกลับมาทางโทรศัพท์แรงๆ แทนที่จะให้กำลังใจ

47.เลิกกังวลซะทีว่าจะทำไม่ได้ เพียงแค่คุณคอยเตือนตนเองว่าคุณคือเจ้านายตัวเอง ทุกอย่างอยู่ที่คุณไม่ใช่ที่ใคร

48. จินตนาการอารมณ์ของตัวเอง ถามตัวคุณเองว่ารู้สึกผิดหรือเสียใจไหมที่กินมันทั้งๆ ที่คุณไม่หิวไม่งั้นคุณอาจเขียนจดหมายถามตอบตัวเองก็ได้ รับรองว่าวิธีนี้คุณไม่ได้บ้าหรอก

49. ทำจิตใจให้สบาย อาจไปวัด เข้าโบสถ์ ทำโยคะหรือออกกำลังกายเบาๆ ก็ได้ ซึ่งจากการค้นคว้าพบว่าเวลาที่คนเราเครียดมักจะกิน เพราะฉะนั้นควรฝึกทำจิตใจให้สบายอยู่เสมอ

50. เปรียบเทียบคุณค่าของสิ่งที่คุณจะกินกับผลที่จะเกิดขึ้น เช่นลองคำนวณดูว่าถ้าคุณกินช็อกโกแลตนี้แล้ว มันจะช่วยทำให้ชีวิตของคุณดีขึ้นมั้ย

51.ใช้หลักพัฒนาการ ตอนแรกคุณอาจเริ่มจากเดินและในที่สุดก็วิ่ง นั่นคือวิธีที่ทำให้คุณลดน้ำหนักได้ในที่สุด

52.กลับมามองตัวเองในสิ่งที่คุณเป็น แล้วคุณจะพบว่าหากคุณยังไม่เคร่งครัดกับตัวคุณเอง มันก็เหมือนคุณหลอกตัวเองอยู่

53.เลิกทรมานตัวเองให้หิวตลอดเวลา ถ้าคุณกินอาหารน้อยมากจนไม่เพียวงพอต่อความต้องการของร่างกาย มันอาจทำให้คุณกินอย่างมากในเวลาต่อมา ทางที่ดีควรกินน้อยๆ แต่บ่อยๆ ดีกว่า

54.สำรวจดูความก้าวหน้าของตัวคุณเอง โดยอาจทำเป็นกราฟ ในช่วงแรกๆ กราฟอาจจะขึ้นๆ ลงๆ ข้อนี้คุณต้องอาศัยความอดทน ไม่นานกราฟมันก็จะลดลงเรื่อยๆ

55.อย่ายอมแพ้ แม้ว่าคุณจะเคยคิดมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว คุณลองพยายามต่อไปอีกสักนิด เมื่อคุณพบว่าน้ำหนักของคุณลดลง  คุณก็จะมีกำลังใจขึ้น “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความผอมอยู่ที่นั่น”

56. คุณทำได้  ท่องไว้ค่ะ “คุณทำได้อละคุณทำได้” เป็นการให้กำลังใจตนเอง

57.หาแรงจูงใจที่จะช่วยให้กำลังใจแก่คุณ คุณอาจจะอ่านเรื่องราวจากคนอื่นที่ฝ่าฟันอุปสรรคมามากมายแล้วเขาก็ทำได้สำเร็จ มันจะทำให้คุณมีกำลังใจมากขึ้น

58.สร้างจินตนาการว่าเมื่อคุณผอมคุณจะเป็นใคร ทำะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ และอย่างไร

59.ทดลองความสำเร็จของคุณ เช่นคุณอาจจะเปลี่ยนจากกางเกงตัวใหญ่มากๆ มาใส่กางเกงรัดรูปที่กำลังเป็นที่นิยม มันจะช่วยสร้างกำลังใจให้คุณอย่างมากเมื่อคุณใส่มันได้

60. เรียนรู้ที่จะชอบและยอมรับในข้อบกพร่องของคุณเองเมื่อคุณส่องกระจก คุณอาจจะนับข้อบกพร่องของตัวคุณเองได้มากมาย เช่น หากคุณขาไม่สวยทำให้คุณไม่อยากใส่กระโปรงสั้น คุณก็ควรคิดในแง่ดีไว้ว่า  “แต่มันก็ทำให้คุณเดินไปไหนมาไหนได้ไม่ใช่เหรอ”

61.ทำตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ โดยคุณอาจจะลุกขึ้นมาอาบน้ำ นวดตัว ขัดผิว ทำเล็บมือเล็บเท้า อย่าน้อยมันก็ทำให้คุณดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้า

62.อย่าทำตัวเป็นพวกมองโลกในแง่ร้าย คิดดีๆไว้ รวมทั้งการพูดดีด้วย แล้วมันทำให้คุณดูดีขึ้นจริงๆ ลองตั้งแต่ตื่นขึ้นมาเลยสิคะ

63.อย่าเปรียบเทียบตัวคุณว่าด่อยกว่าผู้อื่น แทนที่จะคิดแบบนั้น ลองคิดว่าคุณดีกว่าหรือดีเท่ากับคนอื่น ถ้าคิดแบบนี้ได้คุณจะรู้สึกดีเอง

64. ทำตัวเป็นนกแก้ว โดยหมั่นส่องกระจกและบอกกับตัวคุณเองว่า “คุณดูดีแล้ว” แรกๆคุณอาจจะยังไม่เชื่อแต่ไม่นานคุณก็จะเชื่อมั่นในตัวคุณเอง

65.รู้จักยืดหยุ่น โดยคุณ ไม่ควรตั้งเป้าว่าคุณต้องมีน้ำหนักเท่านั้นเท่านี้ เพราะมันทำให้คุณรู้สึกว่า คุณทำไม่สำเร็จสักทีคุณควรตั้งเป้าเป็นช่วงกว้างจะดีกว่า

66. อย่าสนใจในสิ่งที่คนอื่นพุดถึงคุณ หากคุณสามารถใส่กางเกงเอว 25 ได้อย่างดูดีแล้ว ใครจะว่ายังไงก็ช่างเขาเถอะ

67.อย่าสนใจกับตัวเลขมาตรฐานที่ถูกตั้งเอาไว้  “ถ้าคุณสูงเท่านี้ควรหนักเท่านี้”  คุณควรจะนึกว่าคุณจะดูดีกับตัวเลขเท่าไรมากกว่า อย่าลืมว่าแต่ละคนมีโครงสร้างไม่เหมือนกัน

68.เลิกคิดที่จะทำตัวเพอร์เฟ็กท์ อย่าเครียดเมื่อน้ำหนักตัวของคุณเพิ่มขึ้น เล็กๆ น้อยๆ จากเป้าที่คุณเคยตั้งเอาไว้ เพราะน้ำหนักสามารถเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้อยู่ตลอดเวลา

69.อย่าทำตัวเป็นคนติดโรค “ผัด” ย่อมาจากผัดวันประกันพรุ่ง ว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยทำ  มะรืนนี้ค่อยทำคุณควรทำมันซะเดี๋ยวนี้เลยเพราะยิ่งเร็วยิ่งดี

70. เพิ่มการฝึกฝนอยู่เสมอ เมื่อคุณออกกำลังกายในเวลาเท่าเดิมแล้วคุณไม่รู้สึกเหนื่อย ก็เป็นสัญญาณแสดงว่าคุณสามารถเพิ่มเวลาการออกกำลังกายได้อีก

71. เสาะหาผู้เชี่ยวชาญ หากคุณคิดว่าคุณไม่สามารถทำมันให้สำเร็จได้ด้วยตัวคุณเองโดยลำพัง คุณควรไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยให้คำแนะนำ

72.จำไว้ว่า อย่าทำแค่เวลาโดนแซว โดนล้อเท่านั้น ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ

73.อ่านทบทวนตั้งแต่ข้อแรกจนถึงข้อสุดท้าย ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้

74.เมื่ออ่านจบแล้วก็เลือกทำข้อที่คุณคิดว่าทำได้

75.เมื่ออ่านครบทุกขั้นตอนแล้วก็ลงมือเลยสิคะ จะมัวช้าอยู่ใย

Related Post

รีวิวบทความนี้
    คะแนนรวม

    บทความนี้มีประโยชน์หรือไม่ โปรดให้คะแนน (ที่รูปดาวข้างล่างนี้)

    User Rating: 0 (0 Votes)